รายละเอียดการเรียนเต้น

รายละเอียดการเรียนเต้น

รายละเอียดการเรียนเต้นและคลิปวีดีโอบรรยากาศการเรียนเต้น

จากประสบการณ์สอนและการจัดงานกิจกรรมในวงการเต้นของ S POPPING มามากกว่า 15 ปี
S POPPING DANCE ได้ออกแบบหลักสูตรการสอนแบบ เป็นระบบ เรียนได้ทุกระดับ ตั้งแต่ ไม่มีพื้นฐาน จนถึง ระดับมืออาชีพ ครอบคลุมทั้งการเรียนเพื่อความสนุก ออกกำลังกาย จนถึงการพัฒนาไปสู่มืออาชีพ

ทุกคลาสเน้น พื้นฐาน + เทคนิค + ใช้กับเพลงจริง เพื่อให้เต้นได้จริง ไม่ใช่แค่จำท่า

รูปแบบการเรียน 2 แบบ

  1. Join Group Class — เรียนสนุกกับเพื่อน ฝึกเต้นจากเพลงจริง
  2. Private Class — เรียนตัวต่อตัว ปูพื้นฐานตั้งแต่เริ่ม และปรับตามเป้าหมายของแต่ละคน

Join Group Class

เหมาะสำหรับใคร

  • ผู้เริ่มต้น หรือคนที่อยากเต้นสนุก
  • อยากออกกำลังกายผ่านการเต้น
  • อยากเรียนเต้นเพลงฮิตตามกระแส
  • ชอบ K-POP / T-POP / Cover Dance

รูปแบบการเรียน

  • รับคลาสละ 8 คนเท่านั้น เพื่อให้ครูดูแลนักเรียนได้ทั่วถึงทุกคน
  • Warm Up เตรียมร่างกาย
  • Basic & Technique — จังหวะ / Body / Balance / Groove เบื้องต้น
  • ทุกคลาสเรียนท่าเต้นจากเพลงจริง และเต้นเข้าเพลงตามจังหวะ ไล่จากช้าไปจนถึงจังหวะปกติ
  • เรียนเต้นเพลงฮิตตามกระแส Cover

Private Class

เรียนแบบ 1 ต่อ 1 ออกแบบหลักสูตรเฉพาะบุคคล

เหมาะสำหรับใคร

  • ไม่มีพื้นฐาน และต้องการเริ่มให้ถูกต้องตั้งแต่แรก
  • ต้องการพัฒนาเร็ว ปรับแก้ได้ตรงจุด
  • เรียนเพื่อเตรียมตัวเข้าคลาสกรุ๊ป
  • เตรียมออดิชั่น / แข่งขัน / ขึ้นเวที
  • อยากเป็นนักเต้น

จุดเด่น

  • ปรับตามผู้เรียน 100%
  • เลือกเพลงและสไตล์ได้เอง
  • เลือกวันและเวลาเรียนได้เอง
  • แก้ปัญหาเฉพาะจุด
  • พัฒนาเร็วและตรงเป้าหมาย

หลักสูตรการสอน 3 ระดับ

ระดับ Beginner — สอนให้ตั้งแต่เริ่ม

  • จังหวะ การนับจังหวะ ฟังบีทดนตรี มูฟเข้ากับจังหวะเพลง และการเก็บบีท
  • การใช้ร่างกาย (Body Movement) ฝึกใช้ หัว ไหล่ อก เอว สะโพก เข่า แขน ขา และเท้า ให้ขยับทุกส่วนได้อย่างถูกต้อง
  • การถ่ายน้ำหนักและการทรงตัว (Balance)
  • พื้นฐาน Footwork, Groove และ Rhythm
  • เทคนิคการจำท่าเต้น และการสร้างความมั่นใจในการเต้น

ระดับ Foundation — เต้นให้ดูสวยและคม

เมื่อควบคุมร่างกายได้แล้ว ขั้นต่อไปคือเทคนิคที่ทำให้การเต้นดูสวยและคมขึ้น

  • การเชื่อมท่าเต้น
  • การใช้น้ำหนักในการเต้น (Dynamics), พลังในแต่ละท่า (Energy) และ Musicality
  • เทคนิคการเคลื่อนไหวให้ดูเป็นธรรมชาติและสวยงาม
  • ฝึก Performance เต้นเข้ากับเพลงในทุกคลาส เลือกสไตล์เพลงตามที่นักเรียนชอบได้

ระดับพัฒนาทักษะเฉพาะด้าน

  • เพิ่มความคมของการเต้น
  • ฝึก Freestyle
  • Isolation และ Musicality ขั้นสูง
  • เทคนิคสำหรับการออดิชั่นและงานแข่งขันเต้น
  • การเต้นโชว์บนเวที และการก้าวสู่การเป็นนักเต้นมืออาชีพ

ทำไมการเต้นถึงเป็นทักษะที่ติดตัวไปตลอดชีวิต

S POPPING DANCE มองว่าการเต้นไม่ได้เป็นแค่งานอดิเรกที่สนุกเพียงอย่างเดียว แต่เป็นทักษะที่ควรมีติดตัวและอยู่กับเราไปได้ตลอดชีวิต

ประโยชน์ด้านร่างกาย

การเต้นคือการออกกำลังกายที่ได้ฝึก “การใช้ร่างกายทุกส่วน” ซึ่งสำคัญมากในการสร้างขอบเขตการใช้ร่างกาย รู้จักร่างกายของตัวเอง และใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็น หัว ไหล่ อก เอว สะโพก เข่า เท้า ข้อมือ ข้อศอก มือ และนิ้ว ถ้าได้รับการฝึกที่ถูกต้อง จะเป็นทักษะที่มีประโยชน์มาก

ลองคิดดูว่าถ้าเราควบคุมร่างกายได้เกือบทั้งหมด จะต่อยอดไปได้อีกหลายอย่าง แม้กระทั่งในชีวิตประจำวัน ความคล่องตัวในการควบคุมร่างกายช่วยเสริมการสร้างมัดกล้ามเนื้อและความแข็งแรงในส่วนต่าง ๆ ตัวอย่างที่เห็นชัดคือการเล่นกีฬา บางกีฬาบอกให้ส่งแรงจากเอวและใช้การบิดสะโพกคู่กับหัวไหล่ ร่างกายของคนที่เต้นเป็นจะแยกส่วนและใช้ได้ทันที ไม่ว่าจะเป็น เซิร์ฟ เทนนิส กอล์ฟ ว่ายน้ำ หรือฟุตบอล และยังช่วยลดอาการบาดเจ็บได้ด้วย

การเต้น 1 ชั่วโมงเผาผลาญได้ถึง 300–600 แคลอรี่ ช่วยกระชับกล้ามเนื้อและลดน้ำหนักได้ดี พร้อมกับพัฒนา movement สรีระในการ perform การทรงตัว (Balance) ความเป็นธรรมชาติในการเดิน วิ่ง และยืน ให้ดูสมาร์ทและสวยงาม ส่วนการยืดและการเคลื่อนไหวในท่าเต้นยังช่วยให้เอ็น ข้อต่อ และกล้ามเนื้อยืดหยุ่นขึ้น

จิตใจและอารมณ์

การเต้นช่วยทำให้สนุก ให้ความรู้สึกร่วมไปกับเพลง สร้าง vibe ที่ดี เป็นกิจกรรมที่ได้ปลดปล่อยพลังงานออกมาอย่างเต็มที่ ช่วยเสริมสร้างด้านอารมณ์และลดความเครียด เพราะการเต้นทำให้ร่างกายหลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน และยังช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด

สมาธิและความจำ

  • เสริมสร้างสมาธิ การเต้นคือการโฟกัสและจดจ่อกับสิ่งที่เราทำอยู่ด้วยร่างกายของตัวเอง ได้เรียนรู้ร่างกายตัวเองและฝึกการแยกประสาท เพราะหลายท่าต้องใช้ร่างกายพร้อมกัน เช่น หัวไหล่ขยับพร้อมเข่า สะโพกขยับพร้อมเท้า แล้วนำทุกอย่างมาประสานกันเป็นท่าเต้น (มีงานวิจัยรองรับว่าโปรแกรมการเต้นช่วยเสริม self-esteem และ self-confidence ด้านจิตใจและอารมณ์)
  • พัฒนาความจำ การจำท่าเต้นคือการฝึกสมอง เพราะต้องใช้ทั้งร่างกาย จังหวะ และความคิดไปพร้อมกัน สมองจึงได้เชื่อมโยงหลายส่วนมากกว่าการออกกำลังกายทั่วไป กระตุ้นสมองซีกซ้าย (การนับจังหวะ) และซีกขวา (การเคลื่อนไหวและความคิดสร้างสรรค์) ให้ทำงานร่วมกัน

Muscle Memory — ร่างกายจดจำได้เอง

การฝึกเต้นซ้ำไปเรื่อย ๆ จะเกิด Muscle Memory คือร่างกายจดจำการเคลื่อนไหวได้เองโดยอัตโนมัติ เริ่มจากใช้สมองคิดในการขยับ แล้วทำซ้ำเพื่อสร้างการเชื่อมต่อระหว่างสมองกับกล้ามเนื้อ สิ่งที่ตามมาคือความชำนาญ แม้จะหยุดเต้นไปนาน พอกลับมาทำ ร่างกายก็ยังจดจำท่าและทำได้อยู่ (มีงานวิจัยด้านประสาทวิทยาศาสตร์รองรับ) เรื่องจังหวะก็เช่นกัน อาจเริ่มจากการนับ 1–8 แต่พอซ้อมบ่อย ๆ ร่างกายจะมูฟเข้ากับเพลงได้เองโดยไม่ต้องนับ

การเต้นช่วยเพิ่มความมั่นใจ กล้าแสดงออก และได้รับการยอมรับจากสังคม

จากประสบการณ์การสอนของเราควบคู่กับงานวิจัย บอกได้เลยว่าเด็กที่ค้นพบความสามารถพิเศษมักจะกล้าแสดงออก กล้าพูด กล้าทำ เพราะมี “หลักฐาน” ว่าตนเองมีคุณค่า

โดยเฉพาะในวัยเด็กและวัยรุ่น แพทย์หลายท่านแนะนำให้เด็กที่ไม่ค่อยกล้าพูด ไม่กล้าแสดงออก หรือไม่มั่นใจในตัวเอง ได้ลองทำกิจกรรม ซึ่งการเต้นเป็นความสามารถพิเศษที่มักได้รับการยอมรับจากสังคมและคนรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน พี่น้อง ครอบครัว หรือครู เรื่องนี้เห็นผลได้ชัดจากนักเรียนที่เราสอน ทั้งพัฒนาการและความภูมิใจในตัวเอง

งานวิจัยทางจิตวิทยาพบว่า social validation มีอิทธิพลสูงต่อความมั่นใจ การได้รับคำชม (positive feedback) จะเพิ่ม self-esteem และทำให้มั่นใจมากขึ้น เพราะเกิดการสร้างอัตลักษณ์ (Identity Formation) เมื่อทำบางสิ่งได้ดี ก็จะเกิดความมั่นใจในการใช้ชีวิตด้านอื่นตามมา

ทำไมถึงควรให้เด็กฝึกเต้นและแสดงโชว์ความสามารถ

  • เมื่อได้เต้น ได้โชว์ความสามารถ มีคนชื่นชม สนใจ และได้รับ feedback เชิงบวก จะช่วยตอกย้ำคุณค่าในตัวเอง ทำให้กล้าแสดงออกมากขึ้น และรู้สึกว่าตัวเองมีเอกลักษณ์
  • การเต้นทำให้โดดเด่นกว่าคนทั่วไป และสร้างความภาคภูมิใจในตนเอง
  • การเต้นช่วยฝึกความคิดสร้างสรรค์ และที่สำคัญคือทำให้มีเสน่ห์ในตัวเอง แค่ขยับก็ดูมีพลังและน่าดึงดูดขึ้นมาทันที

ความสามารถพิเศษเกิดจาก การประสบความสำเร็จซ้ำ ๆ + การยอมรับจากสังคม + การสร้างตัวตนจากสิ่งที่ทำได้ดี

การฝึกฝนจนเชี่ยวชาญ

คนที่เต้นเก่งไม่ได้เก่งมาตั้งแต่กำเนิดเพียงอย่างเดียว แต่ส่วนใหญ่คือซ้อมจนชำนาญ พอเริ่มทำได้ก็จะมั่นใจเวลาเต้น บวกกับการสอนที่เน้นความสนุกและเห็นพัฒนาการของตัวเอง เมื่อเต้นบ่อย ๆ มันจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของ “ตัวเรา” เวลาอยู่บนเวทีจึงมั่นใจ เพราะนั่นคือสิ่งที่สะท้อนตัวตน

งานวิจัยพบว่าการฝึกทักษะซ้ำ ๆ จะทำให้สมองสร้าง neural pathways ที่แข็งแรง ทำให้การทำซ้ำง่ายขึ้นและรู้สึก “ควบคุมได้” สอดคล้องกับทฤษฎีของ Albert Bandura ที่อธิบายว่า self-efficacy คือความเชื่อว่าตัวเอง “ทำได้” คนที่มีความสามารถพิเศษ เช่น ดนตรี กีฬา การเต้น หรือคณิตศาสตร์ มักได้รับประสบการณ์ความสำเร็จซ้ำ ๆ จนสมองจดจำความสำเร็จนั้น และเชื่อว่าตัวเองจะทำสำเร็จได้อีก

สรุปว่าคนที่มีความสามารถพิเศษมั่นใจในตัวเองเพราะ

  • มีหลักฐานความสำเร็จที่ทำได้จริง
  • ได้รับการยอมรับจากผู้อื่น
  • รู้สึกแตกต่างและมีคุณค่า
  • ผ่านการฝึกฝนหนักจนมั่นใจ
  • ความสามารถนั้นกลายเป็นส่วนหนึ่งของตัวตน

โอกาสที่มาจากการเต้น ต่อยอดสู่อาชีพและรายได้

การเต้นไม่ใช่แค่ “งานอดิเรก” แต่เป็น “ทักษะ” ที่ใช้เบิกทางไปสู่โอกาสได้หลากหลายมาก หลายคนมองข้ามเรื่องนี้ S POPPING ขอยกตัวอย่างจากประสบการณ์จริงของนักเรียนและครูของเรา

Personal Branding และงาน Influencer

การเต้นในยุคดิจิทัลเป็นประตูสู่โลก Personal Branding เพราะคนที่เต้นได้มีจุดขายเฉพาะตัว มักมีผู้ติดตามมาก และขยายไปสู่ธุรกิจอื่นได้ เช่น การเป็น Influencer รับงานรีวิวสินค้าและงาน Lifestyle ยุคนี้คนที่ดังเป็นกระแสมาจากการเต้นเยอะมาก เห็นได้ชัดจาก Dance challenge ในทุกแพลตฟอร์ม

งานแสดงโชว์และงาน Event

งานโชว์คือสิ่งที่เห็นได้บ่อยที่สุดสำหรับคนที่เต้นได้ ไม่ว่าจะเป็นงานโรงเรียน มหาวิทยาลัย หรืองานบริษัท การเต้นแทบเป็นอันดับหนึ่งของการแสดงความสามารถและได้รับกระแสตอบรับดีที่สุด รวมถึงงานจ้างแสดงโชว์ต่าง ๆ ซึ่งโรงเรียนสอนเต้น S POPPING ก็ส่งงาน Event ให้นักเรียน เช่น งานเปิดตัวสินค้าและแบรนด์ต่าง ๆ กิจกรรมวันสำคัญ และงานห้างสรรพสินค้า

โอกาสในวงการบันเทิง

สมัยนี้วงการบันเทิงเน้น Performance เป็นหลัก การเต้นจึงเป็นใบเบิกทางเข้าสู่การเป็นศิลปิน ดารา และนักร้อง โรงเรียนของเราจัดงานเพื่อ support นักเรียนทุกคน โดยมีคอนเนคชั่นกับค่ายต่าง ๆ และจัด Private Audition เฉพาะนักเรียนของเรา สำหรับสายศิลปิน K-POP และ T-POP เราเปิดรับออดิชั่นจากค่ายดังปีละหลายค่าย ทั้งค่ายจากเกาหลี จีน และไทย

  • การแข่งขันประกวดเต้น เพื่อหาประสบการณ์ ชิงเงินรางวัล สปอนเซอร์ และโอกาสมีชื่อเสียง
  • งานโฆษณาทั้งในและนอกประเทศ และงาน MV นักเรียนที่เต้นได้มีโอกาสได้งานสูงมาก เพราะผู้ว่าจ้างที่ติดต่อผ่านโรงเรียนจะระบุเฉพาะเจาะจงว่าขอคนที่เต้นได้ คู่แข่งในการ Casting จึงน้อย งานเยอะ บางงานเลือกจากรูปแล้วได้งานเลย และงานประเภทนี้มี Budget สูงมาก

VJ Live บนแพลตฟอร์มออนไลน์

อีกช่องทางที่หลายคนเคยเห็นผ่านตา คือการเต้นโชว์บนแพลตฟอร์มออนไลน์ที่มีฐานผู้ชม และสามารถหารายได้จากการส่งของขวัญ (Virtual Gift) เช่น สติ๊กเกอร์ เหรียญ หรือดอกไม้ ซึ่งแปลงเป็นเงินจริงได้ มีทั้งแบบทำเองใน Live ของตัวเองและแบบทำผ่านบริษัท

ตอนนี้ต่างประเทศอย่างจีนกำลังมาแรงมาก มีบริษัทติดต่อเข้ามาที่โรงเรียนสอนเต้น S POPPING จำนวนมาก เพื่อหาคนที่เต้นได้ไปร่วมงานทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง มีทั้งสัญญาจ้างรายเดือนและรายครั้ง ซึ่งมีทั้งครูและนักเรียนของเราทำงานนี้อยู่ และรายได้ดีมาก

แดนเซอร์แบ็กอัพ

รับงานคอนเสิร์ตศิลปิน งานอีเวนต์ และรายการทีวี เป็นสายงานที่สนุกและได้เอ็นเตอร์เทน เหมาะกับคนที่ชอบแนวนี้

Choreographer — ออกแบบท่าเต้น

เป็นอีกสายอาชีพที่รายได้ดีมาก มีทั้งการออกแบบโชว์ เพราะทุกโชว์ต้องมีคนคิดและออกแบบเสมอ และการออกแบบท่าเต้นสำหรับเพลง ซึ่งเพลงยุคนี้เกือบทุกเพลงต้องมี Dance challenge เป็นจุดขาย ถ้าเต้นเก่งและมีสไตล์เป็นของตัวเอง ยิ่งสะสมประสบการณ์ไปเรื่อย ๆ อาชีพนี้รายได้ดีแน่นอน ค่าคิดท่าเต้นต่อเพลงอยู่ในหลักแสน

งานสอนเต้น

หลายคนที่เต้นเก่งและสะสมประสบการณ์ได้ระดับหนึ่ง ก็ผันตัวมาเป็นครูสอนเต้น ซึ่งเป็นอีกช่องทางในการหารายได้ และบางคนที่โดดเด่นเฉพาะสไตล์ก็สามารถเปิด Workshop ของตัวเองได้อีกด้วย

Add Line